ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก อย่างถูกวิธีดูแลสุขภาพดีๆ

ลดน้ำหนัก

เริ่มได้

ลดน้ำหนัก มันไม่ใช่การอดอาหาร แต่มันเป็นการควบคุมอาหาร ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นวิธีที่คนรักสุขภาพและคนที่ต้องการลดน้ำหนักหลายคนเลือกใช้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าจริง ๆ แล้วการออกกำลังกายไม่ใช่ทางออกของการลดน้ำหนักทั้งหมด เพราะปัจจัยอื่น ๆ รอบตัว ก็ยังช่วยส่งผลในการลดน้ำหนักของคุณโดยที่คุณอาจจะไม่รู้หรือทำไม่ถูกวิธีก็เป็นได้ วันนี้เรานำ 7 วิธีการลดน้ำหนังมาฝากแล้ว

1. จำกัดปริมาณแคลอรีที่กินต่อวัน
รู้หรือไม่ว่า สิ่งสำคัญมากต่อการลดน้ำหนักไม่ใช่แค่เพียงออกกำลังกายเท่านั้น แต่คุณต้องจำกัดอาหารที่กินด้วย หากคุณต้องการลดน้ำหนักให้ได้ผลดี คุณควรจะเผาผลาญ 3,500 แคลอรีในหนึ่งสัปดาห์ นั่นแปลว่าคุณต้องเบิร์น 500 แคลอรีต่อวัน ซึ่งอาจจะเป็นการยากหากจะออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว บาคาร่า ฉะนั้นคุณควรตัดอาหารที่มี 250 แคลอรีขึ้นไปและไม่ได้เป็นอาหารหลัก เช่น ไอศกรีม หรือขนมหวานต่างๆ บาคาร่า สูตรบาคาร่า

2. อย่าลืมออกกำลังกายตอนเย็น
หลังจากเวลาเลิกงานอันแสนหนักหน่วงแล้ว อย่าเอาความเหนื่อยและความขี้เกียจมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ออกกำลังกายเลยดีกว่า เพราะอาหารที่คุณกินไปหลายแคลอรี ตั้งแต่เช้านั้น คุณจำเป็นต้องออกกำลังกายเผาผลาญออกไปบ้าง

3. ดื่มน้ำเยอะๆ
นอกจากจะช่วยให้ร่างกายของคุณสดชื่นขึ้นแล้ว การดื่มน้ำยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักด้วย ฉะนั้นลองดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารทุกครั้ง จะช่วยให้คุณกินอาหารได้น้อยลง

4. กินมื้อเช้าเป็นประจำ
ชีวิตที่เร่งรีบทุก ๆ วัน อาจทำให้คุณไม่ได้กินอาหารเช้า ซึ่งอาหารเช้านั้นเป็นมื้อสำคัญที่สุดและยังกินได้เยอะโดยไม่ต้องกังวลว่าน้ำหนักจะขึ้นด้วย เพราะการกินอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีมากกว่ามื้ออื่น ๆ  ฉะนั้นตื่นเช้าอีกสักนิดเพื่อไม่ให้พลาดมื้อเช้ากันดีกว่าเนอะ

5. กินผลไม้ทุกวัน
ในหนึ่งสัปดาห์ร่างกายของคุณควรได้รับผักและผลไม้อย่างน้อย 5 วันหรือทุกวันได้ยิ่งดี เพราะผัก และผลไม้เป็นอาหารแคลอรี่ต่ำ อีกทั้งยังช่วยเติมใยอาหารให้แก่ร่างกาย ที่ช่วยในการขับถ่ายอีกด้วย ใครที่รู้ตัวว่าไม่ค่อยได้รับผักและผลไม้เข้าสู่ร่างกายบ่อย ๆ ก็รีบปฏิวัติมื้ออาหารของตัวเองกันเถอะ

6. หยุดกินอาหารขยะ
แม้ว่าอาหารขยะจะเป็นอาหารที่หากินง่ายและใช้เวลาทำไม่นาน แต่อาหารขยะนับว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักเลย ยิ่งคุณกินแต่อาหารที่เต็มไปด้วยไขมันและน้ำตาล จะส่งผลให้คุณเป็นคนขี้โมโหง่ายและยังทำให้เฉื่อยชาอีกด้วย ฉะนั้นเวลาจะเลือกกินอาหารครั้งต่อไปควรเลือกอาหารที่ปราศจากโปรตีนจากข้าว น้ำตาล นม คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ จะช่วยให้น้ำหนักลดลงอย่างเห็นผลในเวลาไม่นาน

7. การทำคาร์ดิโอ
แน่นอนว่าจะต้องรู้จักการทำคาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิค ที่ใช้ความเข้มข้นในการออกกำลังกายต่ำ และใช้พลังงานจากออกซิเจนเป็นหลัก ใครที่กำลังอยากลดน้ำหนัก ควรทำคาร์ดิโออย่างจริงจังประมาณ 45 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น วิ่ง หรือปั่นจักรยานในร่ม วิธีเหล่านี้จะช่วยให้ระบบเผาผลาญอาหารของคุณดีขึ้นได้ด้วย

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญ ต่อกระบวนการทำงานภายในร่างกาย เช่น การล้างสารพิษออกจากอวัยวะ หรือการนำสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่าง ๆ รวมถึงประโยชน์อื่น ๆ ดังต่อไปนี้
1. ลดน้ำหนัก การดื่มน้ำอาจมีส่วนช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานแคลอรี่เพิ่มสูงขึ้น
2. บำรุงสุขภาพผิว
3. เป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อลื่นข้อต่อ
4. เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร
5. ขับแบคทีเรียจากกระเพาะปัสสาวะ
6. มีส่วนช่วยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจปกติ
7. ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย
8. ควบคุมความดันโลหิต
9. ป้องกันอาการท้องผูก
10. ป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อ และอวัยวะต่าง ๆ
11. รักษาสมดุลของอิเล็กโตรไลต์ (โซเดียม)

ควรดื่มน้ำวันละเท่าไร

ในทุก ๆ วัน ร่างกายจะสูญเสียน้ำ การดื่มน้ำเพื่อทดแทนในส่วนที่สูญเสียไป จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอาจเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า เพราะหากดื่มน้ำมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ และอย่างที่ทราบกันทั่วไปว่าการดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว นั้นเพียงพอต่อการทำงานของร่างกาย แต่แท้จริงแล้วปริมาณที่เหมาะสมอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ของผู้บริโภค

ดื่มน้ำ

ปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสมมีดังนี้

  • สำหรับผู้ที่อายุ 4-8 ปี ควรดื่ม 5 แก้วต่อวัน
  • สำหรับผู้ที่อายุ 9-13 ปี ควรดื่ม 7-8 แก้วต่อวัน
  • สำหรับผู้ที่อายุ 14-18 ปี ควรดื่ม 8-11 แก้วต่อวัน
  • สำหรับผู้หญิงที่อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรดื่ม 9 แก้วต่อวัน
  • สำหรับผู้ชายที่อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรดื่ม 13 แก้วต่อวัน

ช่วงเวลาใดควรดื่มน้ำที่สุด ?

นอกจากเรื่องปริมาณการดื่มน้ำแล้ว การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ ร่างกายให้ดีขึ้น อาจทำได้โดยการดื่มน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม ดังนี้

  • หลังตื่นนอน การดื่มน้ำ 1 แก้วหลังจากตื่นนอน ช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษต่าง ๆ และช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน
  • หลังจากอาบน้ำ การดื่มน้ำ 1 แก้วหลังจากอาบน้ำ ช่วยลดความดันโลหิตได้
  • ก่อนมื้ออาหาร การดื่มน้ำ 1 แก้ว 30 นาทีก่อนรับประทานอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งดื่มน้ำอีก 1 แก้วหลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหาร แต่น้ำย่อยอาจเจือจางได้หากดื่มน้ำแล้วเว้นช่วงเวลาไว้นานเกินไป
  • ก่อนนอน การดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนนอนช่วยแทนที่ของเหลวที่จะสูญเสียในตอนกลางคืนได้

อ่านข่าวสารอื่นๆได้ที่ footlockus axofitness insightpremie